🎧 แกะรอย DELTA: จากโรงงานผลิตชิ้นส่วน สู่ขุมพลัง AI และพลังงานสะอาดระดับโลก!
เฮ้ยพวกแก.. วันนี้เรามีเรื่องบิ๊ก ๆ ในวงการไอทีและการลงทุนมาเล่าให้ฟัง! ถ้าพูดถึงหุ้นเทคโนโลยีในไทยที่ร้อนแรงที่สุด ยังไงก็ต้องมีชื่อ บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA แน่นอนใช่ไหมล่ะ?
แต่รู้ไหมว่าตอนนี้เขาไม่ได้เป็นแค่โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ธรรมดา ๆ แล้วนะ เพราะล่าสุดเดลต้ากำลังทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็น "หัวใจหลัก" ของระบบ AI ระดับโลก และโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว แบบเต็มตัวเลยล่ะ! วันนี้เราเลยสรุปข้อมูลเจาะลึกแบบฉบับเพื่อนเล่าให้ฟัง มาดูกันว่าเขามีอะไรอัปเดตบ้าง
🏭 ย้อนรอยสักนิด: จากจุดเริ่มต้นสู่พี่ใหญ่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เดลต้าบ้านเราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2531 (จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2538) โดยมีคุณแม่เป็นยักษ์ใหญ่จากไต้หวันอย่าง Delta Electronics, Inc. ความเจ๋งของเดลต้าคือเขาทำธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ต้องไปนั่งออกแบบร่วมกับลูกค้า และผ่านการทดสอบแบบหิน ๆ (Customer Qualification) กว่าจะได้ขาย ดังนั้นพอเลือกใช้เดลต้าแล้ว ลูกค้าเลยเปลี่ยนไปใช้เจ้าอื่นยากมาก (ต้นทุนการเปลี่ยนซัพพลายเออร์สูงลิ่ว) ทำให้เดลต้ามีรายได้ที่มั่นคงและมีอัตราการซื้อซ้ำสูงมาก
ตอนนี้สำนักงานใหญ่ของเขาคุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ไปจนถึงโอเชียเนียเลยนะ ล่าสุดเพิ่งทุ่มเงินเกือบ 3,000 ล้านบาท เปิดโรงงานแห่งที่ 8 และศูนย์วิจัย R&D ใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู เพื่อลุยสายการผลิตอัจฉริยะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะด้วย!
🛠️ เจาะขุมกำลัง 4 กลุ่มธุรกิจของเดลต้า
เพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆ เดลต้าเขาแบ่งเค้กธุรกิจออกเป็น 4 ขาหลัก ๆ ตามนี้เลย:
กลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์กำลัง (Power Electronics Group): พระเอกทำเงินหลักของบริษัท มีทั้งระบบจ่ายไฟ DC, แหล่งจ่ายไฟของเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์/ดาต้าเซ็นเตอร์, พัดลมระบายความร้อน และพวกระบบจ่ายไฟในรถยนต์ EV
กลุ่มธุรกิจระบบอัตโนมัติ (Automation Group): เน้นทำระบบควบคุมอัตโนมัติในโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) เซนเซอร์ และระบบควบคุมอาคารประหยัดพลังงาน
กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Group): ดูแลพวกระบบเครือข่ายความเร็วสูง (ICT) และพวกสถานีชาร์จรถยนต์ EV รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานสะอาด
กลุ่มธุรกิจการเคลื่อนที่และการขับเคลื่อน (Mobility Group): โฟกัสระบบส่งกำลังในรถยนต์ EV แบบจัดเต็ม เช่น เครื่องชาร์จในตัวรถ (On-board Charger) และมอเตอร์ขับเคลื่อน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราสรุปเป็นตารางมาให้ดูง่าย ๆ ครับ:
| กลุ่มธุรกิจหลัก | กลุ่มผลิตภัณฑ์ย่อย | ตัวอย่างการเอาไปใช้งาน |
| Power Electronics | PSBG, FMBG, EVSBG | เซิร์ฟเวอร์คลาวด์, โทรคมนาคม, อุปกรณ์การแพทย์, ระบบระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ |
| Automation | ออโตเมชันอุตสาหกรรม, ระบบอาคารอัจฉริยะ | โรงงานประกอบชิ้นส่วน, อาคารประหยัดพลังงาน, ระบบส่องสว่าง |
| Infrastructure | ICTBG, EISBG | ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล, สถานีชาร์จ EV, ระบบกักเก็บพลังงาน |
| Mobility | ระบบส่งกำลังยานยนต์ไฟฟ้า (EV Powertrain) | ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (OEMs), ระบบควบคุมแรงบิดและมอเตอร์ขับเคลื่อน |
📈 การเงินโขกสับ! ทุบสถิติใหม่เป็นว่าเล่น
บอกเลยว่าผลประกอบการของเดลต้าช่วงปี 2568 ถึงต้นปี 2569 นี่คือ "ดุดันไม่เกรงใจใคร" ของจริง เพราะได้อานิสงส์เต็ม ๆ จากกระแส AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก
ปี 2568: ยอดขายทะลุ 198,154 ล้านบาท (โต 30.9%) โกยกำไรสุทธิไป 24,814 ล้านบาท (โตถึง 42.4%!) แถมนักลงทุนเพิ่งได้เงินปันผลไปฟิน ๆ 0.60 บาทต่อหุ้น เมื่อเมษายน 2569 ที่ผ่านมานี้เอง
ไตรมาส 1 ปี 2569 (ล่าสุด): รายได้ยังวิ่งต่อไม่รอแล้วนะ อยู่ที่ 61,380 ล้านบาท (พุ่งกระฉูด 56.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีก่อน) ฟันกำไรสุทธิไปอีก 9,080 ล้านบาท ดันอัตรากำไรขั้นต้นทะลุ 31.7% สูงสุดในรอบ 13 ปีเลยทีเดียว!
นอกจากนี้ เดลต้ายังสอบผ่านเกณฑ์ระดับโลกที่เรียกว่า "Rule of 40" (ผลรวมของอัตราการเติบโตรายได้ + อัตรากำไร EBITDA ต้องมากกว่า 40%) ซึ่งเป็นตัวพิสูจน์ว่า บริษัทนี้โตเร็วด้วยและทำกำไรได้โกลเด้นท์ด้วย ไม่ใช่โตแต่ตัวเลขอย่างเดียว
ลองมาดูตัวเลขสรุปและประมาณการทางการเงินกันหน่อย:
| ดัชนีทางการเงินและประมาณการ | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | ปี 2569 (ประมาณการ) |
| รายได้รวม (ล้านบาท) | 119,501 | 148,167 | 166,737 | 200,883 | 273,946 |
| กำไรสุทธิ (ล้านบาท) | 15,345 | 18,422 | 18,939 | 24,814 | 38,697 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท/หุ้น) | 1.23 | 1.48 | 1.52 | 1.99 | 3.10 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 23.60% | 22.88% | 24.58% | 27.05% | 30.00% |
| ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE %) | 31.94% | 30.15% | 25.68% | 28.09% | 34.80% |
❄️ นวัตกรรมคลื่นลูกใหม่: เมื่อ AI มันร้อน เดลต้าเลยจัด "ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว"
แกเข้าใจใช่ไหมว่า พอโลกเราเข้าสู่ยุค Generative AI พวกชิปประมวลผลมันต้องทำงานหนักมาก ดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิมที่ใช้พัดลมเป่าลมเย็นเอาไม่อยู่แล้ว! เดลต้าเลยขนเทคโนโลยีล้ำ ๆ ไปโชว์ในงาน COMPUTEX 2026 ที่ผ่านมา
ทีเด็ดคือ "Liquid Cooling Solutions" หรือระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวประสิทธิภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับชิปการ์ดจอระดับเทพอย่าง NVIDIA Vera Rubin NVL72 โดยเฉพาะ! แถมยังมีตู้ดาต้าเซ็นเตอร์อัจฉริยะสำเร็จรูป (Prefabricated AI Modular Data Center) ที่ประกอบเสร็จจากโรงงาน ช่วยลดเวลาติดตั้งหน้างานลงได้ถึง 60%
นอกจากนี้ยังจับมือเป็นพันธมิตรระดับโลกกับแบรนด์ดังอย่าง Daikin และ Siemens เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบพลังงานและความเย็นระดับก้าวหน้าในอาเซียนอีกด้วย เรียกว่ากินรวบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
⚡ เจ้าแห่ง EV Charger
ฝั่งรถยนต์ไฟฟ้าเดลต้าก็ไม่แผ่ว เขามีเครื่องชาร์จ EV ครอบคลุมตั้งแต่ในบ้านยันสถานีชาร์จด่วนตามไฮเวย์ (Ultra-Fast DC Charger) ที่จ่ายไฟแรงสะใจตั้งแต่ 100 kW ถึง 500 kW คุมระบบด้วยซอฟต์แวร์อัจฉริยะ DeltaGrid EVM ที่ช่วยบริหารจัดการพลังงานไม่ให้ไฟตกไฟเกินอีกต่างหาก
| ประเภทเครื่องชาร์จ | ชื่อรุ่นไฮไลต์ | กำลังไฟฟ้า | ฟังก์ชันเด่น |
| เครื่องชาร์จกระแสสลับ (AC) | AC Mini Plus, AC MAX | 7 kW - 22 kW | มีระบบ RFID ระบุตัวตน, สั่งการระยะไกลผ่าน OCPP |
| เครื่องชาร์จ DC ระดับกลาง | DC Wallbox, City Charger | 25 kW - 200 kW | ขนาดกะทัดรัด, มีหัวชาร์จคู่แบ่งจ่ายไฟตามขนาดรถได้ |
| เครื่องชาร์จ DC ความเร็วสูงมาก | SLIM 100, UFC 200, UFC 500 | 100 kW - 500 kW | เหมาะกับรถเชิงพาณิชย์/ปั๊มทางหลวง, มีระบบคุมความร้อนอัจฉริยะ |
📍 เคลียร์คัตให้หายข้องใจ: เดลต้าไม่ได้มีโรงงานที่ปราจีนบุรีนะ!
เรื่องนี้ต้องขีดเส้นใต้หนา ๆ เลยพวกแก! เพราะมีนักวิเคราะห์กับเอกสารท้องถิ่นหลายแห่งชอบเข้าใจผิด คิดว่าเดลต้ามีโรงงานอยู่ที่นิคม 304 หรือจังหวัดปราจีนบุรี
เรื่องจริงคือ: บมจ. เดลต้า ประเทศไทย ไม่มีโรงงานหรือสถานประกอบการของตัวเองในจังหวัดปราจีนบุรีเลยแม้แต่แห่งเดียวครับ! โรงงานหลัก ๆ ของเขามีแค่ 2 พิกัดเท่านั้น คือ นิคมอุตสาหกรรมบางปู (สมุทรปราการ) และ นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ (ฉะเชิงเทรา) ที่คนสับสนอาจเป็นเพราะเดลต้าเคยไปทำ MOU ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคกบินทร์บุรี และ มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี เพื่อพัฒนาการศึกษาและบุคลากร (แถมในนิคม 304 มีร้านค้าชื่อพ้องอย่าง คลินิกทันตกรรมเดลต้า หรือบริษัทเดลต้า อลูมิเนียม รวมถึงมีโรงงานคู่แข่งรายอื่นตั้งอยู่) เลยทำให้คนจำสับสนกันไปเองจ้า
🌳 ยุทธศาสตร์ ESG: มุ่งสู่ Net Zero และคืนกำไรสู่สังคม
เรื่องสิ่งแวดล้อมเดลต้าเขาก็จริงจังนะ ตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และมีแผนใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% (RE100) ภายในปี 2573 ซึ่งตอนนี้ทำสำเร็จไปแล้วถึง 69% เลยทีเดียว จนได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Clean200 (อันดับที่ 108 ของโลก) สองปีซ้อนแล้ว
นอกจากนี้ยังสนับสนุนการศึกษาไทย ผ่านโครงการมอบห้องปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์กำลังให้กับมหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นสปอนเซอร์หลักในโครงการ CONNEXT ED ช่วยเหลือและพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลถึง 9 แห่งทั่วประเทศ เช่น โรงเรียนตลาดเกาะแรต (นครปฐม), โรงเรียนบ้านนวราษฎร์ (น่าน) และโรงเรียนบ้านร่องปลาขาว (เชียงราย) เป็นต้น
⚠️ เหรียญมีสองด้าน: ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง
เล่าแต่เรื่องดี ๆ เดี๋ยวจะหาว่าอวย ยอมรับว่าเดลต้าช่วงนี้ก็มีความท้าทายอยู่เหมือนกัน:
ห่วงโซ่อุปทานตึงตัว: แผ่นวงจรพิมพ์ (PCBs) และชิ้นส่วนทองแดงแอบขาดแคลนและส่งมอบล่าช้า อาจกระทบความเร็วในการผลิตส่งให้ลูกค้า AI
ค่าลิขสิทธิ์สิทธิประโยชน์ทางปัญญา (Royalty Fees): ที่ต้องจ่ายให้บริษัทแม่ไต้หวันขยับเพิ่มขึ้น จาก 4.7% ในปี 2568 ขึ้นเป็น 6.0% ในปี 2569 ซึ่งอาจจะมากดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
ความผันผวนของค่าเงินบาท: ถ้าเงินบาทแข็งค่าขึ้นทุก ๆ 1 บาทต่อดอลลาร์ อาจจะทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงประมาณ 6.5% เลยนะ
ด้วยเหตุนี้ สำนักวิเคราะห์อย่าง Finansia Syrus (FSSIA) เลยปรับลดคำแนะนำเป็น "REDUCE" (ลดสัดส่วนการถือครอง) โดยให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 320.00 บาทต่อหุ้น เพราะมองว่าราคาหุ้นที่เคยพุ่งไปแถว ๆ 347–372 บาทนั้นสะท้อนข่าวดีเรื่อง AI ไปเยอะแล้ว แถม Forward P/E ตอนนี้สูงกว่า 111.9 เท่า ถือว่าแอบแพงและมีความเสี่ยงถ้าซัพพลายเชนมีปัญหา
ทว่าในมุมของ UOB Kay Hian ยังมองบวกในระยะยาว เพราะชอบที่เดลต้าผ่านเกณฑ์ Rule of 40 สบาย ๆ และคาดว่ารายได้จากฝั่ง AI จะเติบโตแบบทบต้น (CAGR) สูงถึง 43.7% ไปจนถึงปี 2572 นู่นเลย
💬 สรุปมุมมองเพื่อน: DELTA ถือเป็นหุ้น Tech ยักษ์ใหญ่ที่มีพื้นฐานแกร่งและเทคโนโลยีในมือคือของจริง ตอบโจทย์อนาคตทั้ง AI และ EV แต่ด้วยราคาหุ้นและ Valuation ในปัจจุบันที่ค่อนข้างตึงตัว ใครจะเข้าลงทุนช่วงนี้อาจต้องประเมินจังหวะและรับความเสี่ยงกันให้ดี ๆ นะเพื่อน ๆ !
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น